วันที่ 08 ม.ค.69 รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศร เนาวนนท์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เผยผลการดำเนินงานโครงการสำรวจความคิดเห็นระดับชาติ “ราชภัฏโพลล์ ครั้งที่ 1” (Rajabhat Poll) บูรณาการความร่วมมือเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งทั่วประเทศ นำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์ด้านวิชาการต่อสถานการณ์ทางการเมือง ชี้ให้เห็นถึงพลวัตทางความคิดของประชาชนที่มีความผันผวน โดยเฉพาะการตัดสินใจเลือกผู้นำและพรรคการเมือง . รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศร เนาวนนท์ ได้แถลงรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ณ ห้องประชุม 09.02.18 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โดยระบุว่า โครงการ “ราชภัฏโพลล์ ครั้งที่ 1” นับเป็นปรากฏการณ์ความร่วมมือทางวิชาการครั้งสำคัญในการสะท้อนเสียงจากชุมชนท้องถิ่นสู่ระดับประเทศ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างวันที่ 22-29 ธันวาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนจำนวน 11,900 คน กระจายตัวในทุกภูมิภาค โดยมีสัดส่วนสูงสุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ร้อยละ 34.25) และภาคกลาง (ร้อยละ 22.96) ตามลำดับ ครอบคลุมกลุ่มเจเนอเรชั่นใหม่ (อายุ 18-30 ปี) และวัยทำงาน ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศ . การตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีและพรรคการเมือง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาวะ "พลังเงียบ" หรือยังไม่ตัดสินใจทางการเมืองอย่างชัดเจน . ด้านการเลือกนายกรัฐมนตรี กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.42 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ รองลงมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ร้อยละ 13.85) และ นายอนุทิน ชาญวีรกุล (ร้อยละ 10.88) . ด้านการเลือกพรรคการเมือง มีทิศทางสอดคล้องกัน โดยกลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 56.02 ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ตามมาด้วย พรรคประชาชน (ร้อยละ 17.61) และ พรรคภูมิใจไทย (ร้อยละ 9.64) ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า คะแนนนิยมทางการเมืองยังคงเปิดกว้างและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ . สำหรับประเด็นความเห็นต่อ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่ามีความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ เห็นด้วยอย่างยิ่ง ร้อยละ 33.39 ในขณะที่มีสัดส่วนผู้ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ร้อยละ 27.55 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่แตกต่างกันในเชิงนโยบายกฎหมายสูงสุดของประเทศ . การแถลงผล “ราชภัฏโพลล์ ครั้งที่ 1” ในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ มุ่งหวังที่จะนำเสนอข้อมูลที่เป็นกลาง ปราศจากอคติ ตามหลักวิชาการ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล ประกอบการตัดสินใจของภาคส่วนต่างๆ และสะท้อนบทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏในการเป็น "คลังปัญญาของท้องถิ่นและประเทศ" เพื่อการพัฒนาสังคมประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนสืบไป


